ความเห็นเกี่ยวกับละครญี่ปุ่น และละครเกาหลี

นานมากๆแล้วนะคะ เราเคยเขียนความคิดส่วนตัวของเราเกี่ยวกับละครเกาหลี และละครญึ่ปุ่นค่ะ เราโพสต์ไว้ได้ประมาณไม่กี่นาที หรือชั่วโมง เราก็มาลบออกค่ะ เกรงว่าจากเดิมที่เที่ยวไปเฉาะละคร หรือตัวละครที่ไม่เข้่าตา จะมีคนส่งสปาต้ามาให้คว้านท้องแทนค่ะ ไม่ก็ส่งคนมาเฉาะหัวเราเสียงั้นเพื่อให้เราหยุดพูด

เนื้อหาบางส่วนของตอนนั้นก็คือ

เราน่ะ โดยรวมแล้วชอบละครญี่ปุ่นมากกว่าละครเกาหลีค่ะ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเราชอบงานที่ออกมาโดยรวมเลยนะคะ ไม่ว่าจะ เสื้อผ้า ตัวละคร บท จำนวนตอน เนื้อหาที่นำเสนอ ภาพ เพลง และสถานที่

เรื่องเสื้อผ้านี่เราชอบเสื้อผ้า หน้า และผม ที่ทางญี่ปุ่นทำขึ้นมากๆเลยนะคะ costume ของตัวละครแต่ละตัวจะถูกเซตให้เป็นแนวเดียวกันตลอดเรื่อง ตรงตามคาแรคเตอร์ ฐานะ และ การศึกษาเลยค่ะ อย่างเช่นใน Good Luck และ Hero เนี่ย พระเอกจะออกแนวห่ามหน่อยๆเหมือนๆกันนะคะ (แสดงโดยดาราคนเดียวกันด้วยซ้ำ) เขาจะใส่เสื้อแจ็คเกตหนัง และไม่ใช้อะไรที่ดูหรูหราฟุ่มเฟือยเกินไป

อย่างใน The Great White Tower หากใครดูแล้วคงจะทราบนะคะ ไซเซ็น โกโร่ ถีบตัวเองขึ้นมาจากการไต่เต้า เขามาจากต่างจังหวัด ไม่รู้อะไรมากมาย และแม้เขาจะแต่งงานกับลูกสาวเศรษฐี แต่ก็มีจุดบกพร่องไปบ้างในการวางตัว เช่นเรืืืื่อง ไฟแช็ค เขาที่เป็นถึงศัลแพทย์โด่งดัง แห่งมหาวิทยาลัย นานิวะ แต่กลับใช้ไฟแช็คธรรมดา พอพ่อตาผู้รักลูกเขยมากเห็นก็รีบยกไฟแช็คราคาแพงให้ นั่นแสดงให้เห็นว่า แม้ โกโร่ จะดูเหมือนครบ สมบูรณ์พร้อม แต่ก็มีบางอย่างที่ขาดตกไป ซึ่งนี่เป็นความละเอียดของละครญีี่ปุ่นที่จะมีให้ห็นตลอดค่ะ

เสื้อผ้าของละครเกาหลีก็ดีนะคะ แต่บางที บางตัวละครแต่งตัวได้ดีเกินไป เช่นหากใครยังจำ จังนารา ในเรื่อง Successful Story of a Bright Girl ได้ คงจะจำได้นะคะว่าเธอคนนี้น่ะ ยากจนมาก พ่อแม่มีหนี้มหาศาล แต่ดูเธอสิคะ เสื้อผ้าแต่ละตัว มันช่างดูดี มีราคาเสียเหลือเกิน หากเอาไปขายคงพอใช้หนี้ได้ในระดับหนึ่ง

และนี่คงไม่ใช่เรื่องเดียวนะคะ รู้สึกว่าใน Beautiful Days เจ๊ชอยผู้ต้องหางานพิเศษทำเพื่อเอาเป็นค่าเล่าเรียน รู้สึกจะมีกระเป๋าเดินทางราคาแพงด้วยค่ะ

เสื้อผ้าหลายชุดในละครเกาหลีเวลาใส่ลงไป บางทีก็ดูเว่อร์เกินนะคะ เช่นเสื้อผ้าของนางรองใน The Last Dance is with Me อันนี้นี่ได้ใจ ไป cat walk เลยนะคะ

ดารา

หากว่ากันที่ตัวดารา อืม อย่างไรดี เราว่ามีฝีมือมากทั้งสองชาตินะคะ อันนี้ไม่ลงความเห็นเพิ่มเติมค่ะ

เนื้อหา

ละครเกาหลี มีเนื้อหาที่ทำให้ติดได้ค่ะ เน้นเรื่องรักในหลายๆรูปแบบ ในขณะที่ละครญี่ปุ่นจะมีเนื้อหาที่หลากหลายกว่ามาก ไม่ได้เน้นเรื่องรักมากมาย แต่เอาที่คุณค่าของสิ่งที่จะนำเสนอนะคะ

จำนวนตอน

จำนวนตอนของละครญี่ปุ่นที่อยู่ในช่วงระหว่าง 10 - 12 ตอน มีทั้งข้อดี และเสียในตัวเลยนะคะ ข้อดีคือ เนื้อหาจะกระชับ รัดกุม ไม่มีสิทธิ์ยืด ส่วนข้อเสียคือ รายละเอียดที่อาจจะจำเป็นโดนทอนลง จนคนดูอย่างเราๆ ต้องไปนั่งเดาเอาเอง

ด้านละครเกาหลีส่วนใหญ่เลยจะมีจำนวนตอนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 16 - 20 ตอน (เขาเรียกกันว่า miniseries ใช่ไหมคะ) ซึ่งอันนี้ก็มีทั้งข้อดี และข้อเสียเช่นกันคือ บางครั้งมันยาวไปค่ะ แต่โดยรวมมเท่าที่ดูก็ถือว่าเป็นจำนวนตอนที่เหมาะสมดีนะคะ

เพลง

เพลงประกอบละครของเกาหลีฟังแล้วจะติดใจได้ง่ายๆเลยนะคะ (เราเองก็โหลดมาจนหาไม่เจอไปแล้วหลายเพลงเลยค่ะ) ในขณะที่เพลงญี่ปุ่นจะให้รายละเอียดได้ดีนะคะ โดยเฉพาะพวกเพลงบรรเลง เครื่องดนตรีที่ใช้ในการทำเพลงประกอบละครญี่ปุ่นจะมากชิ้นกว่าค่ะ หลายเพลงใช้วงออเคสตร้าเล่นเลยค่ะ

เพลงบรรเลงในละครเกาหลี หลายครั้งจะเป็นเปียโนเดินเป็นหลัก และมีเครื่องสายเข้ามาประกอบ ไม่ก็ใช้เครื่องสายเดินหลักไปเลย เท่าที่เราแคะๆดู จำนวนเครื่องดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงเพลงประกอบของเกาหลีจะมีน้อยกว่านะคะ

ภาพ

จากจุดเวลาที่เราเคยเขียนเปรียบเทียบ ภาพของละครเกาหลีตอนนั้นยังไม่สวยเท่าตอนนี้นะคะ (ในสายตาเราเท่านั้นนะคะ เราไม่ใช้นักเล่นกล้อง และไม่ใช่คนประเมินภาพแต่อย่างใด) เราจึงว่าภาพละครญี่ปุ่นจะดูดีกว่ามากค่ะ

ตอนนี้เราก็ยังคงชอบภาพที่ได้จากละครญี่ปุ่นมากกว่านะคะ แต่ก็ต้องบอกว่า ภาพที่ละครเกาหลีถ่ายออกมา โดนใจเรามากเช่นกันค่ะ โดยเฉพาะในละครเรื่อง Rebirth หรือ Resurrection (หากใครยังไม่ได้ดู น้องใจดีคนนึงส่ง DivX มาให้เรา หลังไมค์ได้นะคะ)

นี่เป็นเพียงความคิดเรานะคะ ไม่ได้อยู่บนมาตรฐานอันใด (เราจะดูสิว่าคราวนี้เราจะทิ้งข้อความนี้ไว้ได้หรือเปล่า หรือต้องมาลบทิ้งอีก เพราะเกรงจะได้รับของขวัญ)


koreandvd จาก Popcornfor2.com

       
 
หน้าแรก วิธีการสั่งซื้อสินค้าแบบละเอียด ยืนยันการโอนเงิน ติดต่อเรา ตรวจสอบการจัดส่งสินค้า